วันนี้มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นในเหตุการณ์ที่ไม่ค่อย(จะ)ดีเรื่องหนึ่ง คือ เมื่อเช้านี้ฉันนั่งรถแท็กซี่ไปทำงานที่เสรีเซนเตอร์ พี่แท็กซี่ก็ขับออกจากซอยอ่อนนุช 24 มุ่งหน้าไปยังแยกอ่อนนุช เพื่อเข้าสู่ถนนศรีนครินทร์ แต่ระหว่างที่ขับมาถึงกลางซอย ฉันก็ขยับตัวจากที่นั่งติดประตูด้านซ้ายเยื้องมาตรงกลางนิดหน่อย เพื่อจะดูรถที่ค่อนข้างติดมากกว่าปกติเพราะเป็นวันเลือกตั้ง ในระหว่างนั้นเองรถก็ขับไปเรื่อยๆจนถึงบริเวณทางแยกใหญ่ในซอย รถฝั่งขวาหยุดให้รถขับออกมาจากซอย เพื่อเข้าสู่เส้นเดียวกับฉัน วินาทีที่ฉันกำลังมองดูอย่างเพลินๆ รถเบนซ์สีดำคันหนึ่งขับออกมาจากกลุ่มรถที่จอดในเลนส์ขวามือของฉันด้วยความเร็ว
“เฮ้ย!….. ตูม!! เอี๊ยด…
โชคดีนะ..ที่ขับมาไม่เร็ว ขนาดหักหลบ ก็ไม่ทันแล้ว ชนบริเวณด้านข้าง ตรงช่วงไฟหน้าด้านซ้ายใกล้ๆล้อหน้า
เป็นรอยถากบุบไปหน่อย
“ซวยแล้วพี่แท็กซี่” ฉันนึก … แท็กซี่ชนเบนซ์ น่วมแหง
“ยังไงเราก็ว่า พี่แท็กซี่ไม่ผิดนะ ก็เห็นกับตาอ่ะ”
จากนั้นรถทั้ง 2 คันก็ขับเอื่อยๆ จอดข้างทาง
“เอาไงดีเรา” นั่งก่อน ดูสถานการณ์
คิดว่า ถ้าพี่เบนซ์คันนั้น ลงมาแล้วเอาเรื่องกับแท็กซี่ ก็พร้อมจะเป็นพยานให้
……………..
รถจอดนิ่ง
ผู้ชายคนหนึ่ง ก้าวลงจากรถเบนซ์สีดำคันนั้น ด้วยคิ้วผูกโบว์เล็กน้อย เดินมาลูบรอยบุบที่หน้ารถตัวเอง
พี่แท็กซี่ เปิดประตูออกไป
ฉันนั่งอยู่ในรถ อ่านปากผู้ชายคนนั้น
“ผมมีประกัน จะรอไหม”
พี่แท็กซี่พูดกับเจ้าของรถเบนซ์คันนั้น พูดอะไรกันก็ไม่รู้ แต่เราดูท่าทางบุคลิกของแท็กซี่จะค่อนข้างอ่อนน้อม เรากลัวเหมือนกันว่าเขาจะโดนข่ม(เห็นบ่อยๆ)
แต่เราคิดว่าจะช่วยนะ ถ้าเขาต้องการพยาน
2 คนนั้น ย้ายมายืนรอข้างทาง เราคิดว่านั่งอยู่ต่อไปคงไม่มีประโยชน์ เลยลงจากรถ
แท็กซี่บอกให้เราไปก่อน ไปเรียกคันใหม่
เลยหยิบเงินให้พี่เขาไป 40 บาท ค่ามิเตอร์
………………..
เดินออกมาประมาณ 5 เมตร เพื่อรอเรียกคันใหม่ เบนซ์คันนั้นก็ขับออกไป ตามมาด้วยแท็กซี่คันเดิม
เขาชลอรถเรียกเรากลับขึ้นรถ มิเตอร์เดิมยังค้างอยู่ พออกรถเราเลยถามว่า “ตกลงว่าไงอ่ะพี่”
“เขาให้เงินมาซ่อมรถ”
“ทำไมอ่ะพี่ เขาว่าไงบ้าง” ฉันถาม
“เขาบอกว่า ขอโทษด้วยพอดีเขารีบและเขามีประกัน จะรอหรือเปล่า” “แต่ผมบอกว่า ไม่เป็นไร รถผมก็มีประกันเหมือนกัน”
แล้วเขาก็ให้เงินมาซ่อมรถ เพราะเขารู้ว่าเขาผิด…
……………………….
พี่แท็กซี่พูดต่อว่า
“คนที่เขามีการศึกษา พอเขารู้ว่าเขาผิดเขาก็ขอโทษ รถมีประกันทั้งคู่กลัวอะไร บางคนนะขับมาชนพอลงรถมาก็ด่าผมใหญ่เลย เป็นคนผิดแท้ๆ แต่มาด่าผมซะลั่นเชียว ผมก็ไม่ตอบโต้อะไร เขามีปากก็พูดไปเราห้ามไม่ได้ เดี๋ยวประกันมาเขาก็จัดการไป ก็จบ เรื่องธรรมดา”
“บางคนนะ เขาผิดเขาก็ขอโทษ ขอโทษคำเดียว เชื่อไหม พอประกันมาจัดการอะไรเรียบร้อย นั่งกินข้าวด้วยกันยังได้เลย คนเราผิดก็ยอมรับผิด อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว เรื่องธรรมดา”
อืม…
เหตุการณ์ที่ไม่ค่อยดีในวันนี้ อาจเป็นเรื่องที่ฟังดูแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้ได้เห็นอะไรดีๆ นั่นคือ การร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างสงบ เป็นไปตามขั้นตอน โดยคำนึงถึงความถูกต้องและมีนำใจต่อกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นรากฐานที่ดีงามในจิตใจของคนไทย ที่มีความโอบอ้อมอารีอยู่แล้ว ซึ่งล้วนเป็นการแสดงออกถึงการร่วมกันแก้ไขปัญหาแบบสมานฉันท์อย่างแท้จริง



ขอบคุณขอรับพี่แท็กซี่
ขอบคุณขอรับพี่ผู้โดยสาร
สวัสดีค่ะ…คุณร้านกล้วยปั่นก้นซอย ไหนๆแวะมาแล้ว ขอสั่งกล้วยปั่นเลยละกันนะคะ …ขอ 12 แก้วค่ะ (แจกทั้งออฟฟิสเลย)
ก๊อก!
ก๊อก!
ข้าพเจ้าชื่อดินขะรับ
ร้านกล้วยปั่นก้นซอยน่ะชื่อร้าน แหะ แหะ
เอากล้วยปั่นดิลิเวอร์รี่มาส่ง
แหม..ลงรูปได้ก็ดีสินะ
สิบสองแก้วขะร้าบบบบบ
คารวะ
สวัสดีค่ะ..
แวะมาส่งกล้วยปั่นแต่เช้าเลยนะคะ… ดีจัง
โทษทีที่เรียกชื่อเจ้าของร้านผิดเป็นชื่อร้านไปซะได้… อิอิ
ค่ากล้วยปั่นวันนี้ขอจ่ายเป็นคำขอบคุณแทนละกันนะคะ
รู้สึกดีจริงๆด้วยล่ะ
เพื่อนเมย์เคยมีอุบัติเหตุแบบนี้เหมือนกัน แต่เบนซ์คันนั้นฝ่าไฟแดงมาชนแทกซี่ แล้วก็ลงมาด่าปาวๆ หาว่าแทกซี่ผิด แถมเพื่อนเมย์ยังเจ็บ ซี่โครงร้าว กับอีกคน โดนกระจกบาดเย็บไปยี่สิบเข็ม เบนซ์คนนั้นเมาแล้วขับด้วย จะหาเรื่องแทกซี่ให้ได้ เพื่อนเมย์โมโหมาก เลยแจ้งความ+เป็นพยานให้คนขับแทกซี่ซะเลย
บางทีแค่คำว่าขอโทษและยอมรับผิดก็ไม่เห็นจะยากเย็นอะไรเลย แต่คนเรามักจะมีความคิดโง่ๆที่ชอบเอาความดีเข้าตัว ความชั่วให้คนอื่น คนแบบนี้น่าจะหายๆไปจากสังคมเสียบ้าง
วันนี้เป็นวันที่ได้เห็นมุมมองดีๆอีกมุม ในชีวิตของคุณเลยล่ะ
ยินดีที่แวะมาเยี่ยมนะคะ..