ปีนี้เป็นปีที่อากาศดีถูกใจมากที่สุดอีกปีหนึ่ง ฤดูหนาวเข้ามาเร็วกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา และมีทีท่าว่าจะหนาวนานกว่าทุกปีอีกด้วย โดยปกติแล้วเป็นคนชอบฤดูหนาว ชอบบรรยากาศของฤดูหนาว เพราะมันค่อนข้างโรแมนติกดี ดูมีชีวิตชีวา มองดูอะไรรอบตัวมันสวยงามขึ้นกว่าเก่า อากาศเย็นสบายทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อยากทำโน่นทำนี่กว่าทุกๆเดือนที่ผ่านมามา
อากาศเริ่มหนาวราวๆวันที่ 30 ตุลาคม เข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัววันที่ 1 พฤศจิกายน ฝนไม่ตกแล้วอากาศเริ่มแห้งและมีลมพัดแรง อากาศก็เย็นขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านั้นฝนตกหนักทุกวัน โดยเฉพาะช่วง 4 – 5 วันก่อนเปลี่ยนฤดู บางวันตกหนัก บางวันตกพรำๆพอชื่นใจ ไปตามเรื่องตามราวของมัน เรื่องฝนตกบางทีก็นึกขำอยู่เหมือนกันว่า ฝนนี่มันทำงานเป็นกะเหมือนคนหรือเปล่า หรือว่าจะแค่ตกลงมาลองใจคนทำงานดูเล่นๆ สังเกตุเวลาฝนจะตกทีไร มักชอบตกในช่วงเวลา happy time ของวันทุกที อย่างเช่น เวลาประมาณช่วงตี 5ครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่คนต้องตื่นเช้าไปทำงานกัน อากาศก็ดี พอฝืนกายสู้กับความง่วง (ปนขี้เกียจ)ด้วยเหตุที่จะต้องไปทำงาน ก็พอจะสู้กับความง่วงได้ แต่พอฝนเทลงมาเท่านั้นแหล่ะ ความใจสู้ก็หันหลังกลับไปนอนต่อหน้าตาเฉย (เผลอหลับล่ะก็คราวนี้เป็นเรื่อง…) พอย่างเยื้องเข้ามาถึงที่ทำงาน ฝนตกหรือไม่ตกอันนี้ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่พอตอนพักเที่ยงฝนตกลงมาอีกเนี่ยแหละ คราวนี้ก็เริ่มจะเป็นปัญหาสำหรับคนหิวและไม่อยากเปียก (…)เหมือนกับทุกๆคนนั่นแหล่ะ พอเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นใกล้จะเลิกงาน ราวๆ4 โมงครึ่งฝนจะเริ่มตั้งเค้า และเป็นไปตามความคาดหมาย พอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยเตรียมตัวจะกลับบ้าน ฝนตก(….) ชีวิตต้องสู้ก็อย่างเนี๊ย (น้ำท่วม…ยังว่าดีกว่าฝนแล้ง ร้องเพลงปลอบใจกันไป) เพื่อนๆพี่ๆน้องๆที่ทำงาน (รวมตัวเองด้วย)กลับบ้านกันไม่ได้ ยืนอออยู่ใต้ตึกเต็มไปหมด ได้บรรยากาศเหมือนมางานบวชเลย (เมาท์กระจาย….)
เข้าหน้าหนาวแล้ว บรรยากาศรอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป มองดูคล้ายกับมีหมอกบางๆในอากาศ ท้องฟ้ามีสีฟ้าครามสดใสตัดกับเมฆสีขาวสวยดี ตอนเย็นเหมาะมากที่จะไปวิ่งหรือนั่งเล่นตามสวนสาธารณะ เพราะอากาศไม่ร้อนอบอ้าวเหมือนตอนช่วงหน้าร้อน จะไปไหนมาไหนก็ไม่เหนื่อยเพราะไม่เพลียกับอากาศที่ร้อนจนทำให้หมดแรงไปซะก่อน คนชอบหน้าหนาวก็อย่างเนี๊ยะนะ อะไรก็ดีไปหมด


