Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

ประวัติเอกสารสำหรับ พฤศจิกายน, 2007

ในโลกโสมม ….. ฉันมองเห็น ความสกปรก โหดร้าย และความเสื่อม
ในโลกโสมม ….. ฉันมองเห็น ความไม่ถูกต้องหลายอย่าง
ในโลกโสมม ….. ฉันมองเห็นความอุกอาจ จาบจ้วง
ในโลกโสมม ….. ฉันมองเห็นความไม่เหมาะสม ที่ไม่อาจตักเตือนได้
ในโลกโสมม ….
เข้ามาอยู่ในเสี้ยวหนึ่งของห้วงอารมณ์ ฉันเพียงพานพบ สัมผัสผ่านเพียงบางเบา
โลกโสมม …. เคลื่อนย้ายเข้ามาอยู่ในความคิดคำนึงของฉัน
ไม่อาจตอบโต้ …ไม่อาจแก้ไข
รู้สึกเพียงอย่างเดียว คือ ….  
ฉันเศร้าใจ

Read Full Post »

เพื่อใคร?

      วันนี้ได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายในหัวข้อ “การปลุกจิตสำนึกสาธารณะต่อความเชื่อมั่นศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์” ณ ห้องประชุม วิทยาลัยเซาธ์อีสท์บางกอก ระหว่างเวลา 13.30 – 16.00 น. โดยวิทยากรผู้มาบรรยาย คือ พันตรีถิรวัฒน์ บุญเพ็ญ นายทหารราชองครักษ์ผู้รับสนองงานในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยมีพระกระแสรับสั่งให้เข้าไปรับสนองงานองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การบรรยายครั้งนี้มีอาจารย์และนักศึกษาเข้าร่วมฟังทั้งสิ้นประมาณ 100 คน
     สิ่งที่ได้จากการเข้าฟังการบรรยายราว 2 ชั่วโมงครึ่งในวันนี้ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกคุ้มค่าและโชคดีเป็นอย่างมาก ที่มีโอกาสรับฟังในสิ่งที่คนไทยหลายคนไม่มีโอกาสได้รับฟัง พระราชภารกิจและพระเมตตาอันใหญ่หลวงที่มีต่อคนไทย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีการบันทึกภาพการบรรยายเก็บไว้ จึงไม่ได้นำมาลงให้ได้ชมกัน แต่หากครั้งหน้ามีโอกาสครั้งหน้ารับรองว่าจะนำภาพการบรรยายมาลงให้ได้ชมกันอย่างแน่นอน
ออกจากห้องบรรยายในวันนี้  เกิดความคิดสะท้อนใจบางอย่าง…
ในขณะที่เราตื่นนอนในตอนเช้า                        
…..  พระมหากษัตริย์ของเรา ยังคงไม่ได้พักผ่อนและ ยังทรงงานอยู่
ในขณะที่เราเข้าห้องเรียน นั่งคุยเล่น กินขนม คุยโทรศัพท์       
…..  พระมหากษัตริย์ของเรา ยังทรงงานอยู่ท่ามกลางแสงแดด สายฝน พื้นที่ห่างไกลความเจริญ ป่ารกทึบ หุบเขาสูงชัน และท้องทุ่งที่แห้งแล้ง
ในขณะที่เรามีเวลาหาความสำราญ พักผ่อน ดูหนัง เที่ยวแตร่ สังสรรค์เฮฮา หาความสุขใส่ตัว          
…..  พระมหากษัตริย์ของเรา ทรงเสด็จแก้ปัญหาน้ำท่วม ฝนแล้ง การจราจร  
ในขณะที่เราเปลี่ยนกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้าตามกระแสแฟชั่น  
…..   พระมหากษัตริย์ของเรา  กลับทรงฉลองพระองค์ในชุดทำงานเดิมๆ บางชุดตัดมาตั้งแต่ [...]

Read Full Post »

   ระยะ 2 เดือนสุดท้ายปลายปีก่อนจะเข้าสู่ปีใหม่ มีเทศกาลทั้งไทยและเทศให้ร่วมเฉลิมฉลอง เริ่มต้นด้วยเทศกาลลอยกระทง ตามมาด้วยเทศกาลคริสมาสต์ จากนั้นจึงเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ อันเป็นวันเฉลิมฉลองของคนทั่วโลก โดยทุกเทศกาลที่กล่าวมาก็มีเพลงประจำงานสำหรับ ร้อง เล่น เต้น รำ ซะด้วย งานนี้ใครสนใจวันนี้เรามีเนื้อเพลงภาษาไทยและอังกฤษพร้อมโน้ตเพลงมาฝาก ไว้สำหรับฝึกร้องฝึกเล่นกันก่อนล่วงหน้า ใครมีเครื่องดนตรีอะไรอยู่ใกล้ๆ ก็หยิบมาบรรเลงกันได้เลย หรือว่าจะร้องพร้อมเล่นไปด้วยเลยก็ไม่ว่ากันอยู่แล้วค่ะ…
เริ่มจาก…เทศกาลลอยกระทง                                                    
                                             
                                                 เพลงลอยกระทง
                                 วันเพ็ญเดือนสิบสอง     น้ำก็นองเต็มตลิ่ง
                                 ทั้งหลายชายหญิง      สนุกกันจริงวันลอยกระทง
                                 ลอย ลอยกระทง         ลอย ลอยกระทง
                                 ลอยกระทงกันแล้ว      ขอเชิญน้องแก้วออกมารำวง
                                 รำวงวันลอยกระทง      รำวงวันลอยกระทง
                                 บุญจะส่งให้เราสุขใจ    บุญจะส่งให้เราสุขใจ…
 
November full moon shine loy kratong loy kratong
And the water’s high in local river and the klong
loy loy kratong loy loy kratong
loy kratong is here and everybody’s full of cheers
We’re together at the Klong each on with each [...]

Read Full Post »

     วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่รู้สึกดีมากๆ รู้สึกมีชีวิตทีเต็มไปด้วยความสุขและมีคุณค่า หลังจากที่เงียบเหงามาหลายวัน
…..ชีวิตวันนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาตีห้าสี่สิบห้านาที หลังจากที่ตื่นมาแล้วไม่งัวเงียซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ วันนี้ออกไปทำงานแบบชิล..ชิล ถึงที่ทำงานทันเวลา (ก่อน 8 โมงเช้า) เหลือเวลาทานข้าวอีกด้วยนะ
….. 9.00 น. งานเข้าอีกแล้ว เป็นงานเอกสารเยอะมากๆ แต่ก็รู้สึกชอบมากอีกเหมือนกันนะ ยิ่งเยอะยิ่งสนุก แต่ต้องขอบรรยากาศรอบข้างเงียบๆด้วยนะ  เพราะต้องใช้สมาธิ (ซึ่งวันนี้เหตุการณ์สงบ…เอื้ออำนวยเป็นอย่างดี) ลุยไปจนถึงเที่ยงแบบวุ่นอยู่คนเดียว..สนุกอยู่คนเดียว เผลอแป๊บเดียวเที่ยงซะแล้ว พี่บาส อาจารย์แจงมาชวนทานไปข้าว (ไม่ได้ไป) ต่อมาเป็นคิวของนักศึกษา(ชมรมดนตรีไทย)มาชวนไปกินข้าว (ไม่ได้ไป) และสุดท้ายเป็นคิวของบุ๋มห้องคอมพ์เพื่อนที่ทำงาน มาชวนไปทานข้าว (ไม่ได้ไป) สุดท้ายมื้อเที่ยงตกลงปลงใจกับน้ำองุ่นยูนิฟ 1 กล่อง
…… บ่าย 2 งานเสร็จแล้ว นั่งมองงาน…  จากนั้นเปิดเน็ต เปิดบล็อก เช็คเมลล์ เข้าบล็อกตัวเอง อ่านบล็อก(คนอื่น) อ่านบล็อกตัวเอง พบข้อความ1 commentแรก จากเพื่อน(เขียนถึงเขาไว้ใน ที่มาของบล็อก) สักพัก….นักศึกษาชมรมมาซ้อมดนตรี ซ้อมเพลงเก่าๆที่ต่อไปเมื่อเทอมที่แล้ว ลงไปนั่งตีขิมด้วย สนุกดี นี่เป็นการซ้อมครั้งแรกเลยนะ หลังจากไม่เจอกันตลอดช่วงปิดเทอมตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม  
“” บ่าย 3 นักศึกษาไปเชียร์บอลยูลีก ทีมของวิทยาลัยไปแข่ง [...]

Read Full Post »

 
 
     เมื่อสักครู่ ดู T.V รายการทั่วไป กดรีโมทสลับไปช่อง itv พบภาพข่าวในหลวงทรงเสด็จเยี่ยมพระพี่นางฯ ที่โรงพยาบาลศิริราชเมื่อ 2 นาทีที่ผ่านมา (22.17 น.) 
     ทรงพระดำเนินลงจากรถ ทรงฉลองพระองค์เสื้อเชิตตัวในสีชมพูอ่อน ทับด้วยสูทสีเขียวด้านนอก ติดเข็มพระนามาภิไธยย่อสีทองที่บริเวณปกเสื้อด้านซ้าย ทรงพระดำเนินผ่านทางลาดมาขึ้นลิพท์ที่บริเวณชั้นบนอย่างช้าๆด้วยพระองค์เองโดยใช้เครื่องช่วยพยุง ท่ามกลางทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ที่คอยเฝ้าระวังระหว่างทางที่ทรงพระดำเนินให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย ประชาชนผู้มาเฝ้ารับเสด็จอยู่ที่นั่น ต่างชะเง้อ ชูภาพพระบรมฉายาลักษณ์  และเปล่งเสียงว่า “ทรงพระเจริญ”
     มองผ่านช่อง T.V ที่บ้าน เข้าไปยังสายตาประชาชนที่เฝ้ารับเสด็จอยู่ที่นั่น ยังสามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกในใจของทุกคน ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นหนึ่งเดียวกัน สายตาที่แสดงออกถึงความรักที่มีมากมายจนไม่สามารถหาคำใดๆมาบรรยายได้ดีเท่าภาพที่เห็น ความรู้สึกที่มีพลังและยิ่งใหญ่เกินกว่าคำพูดใดๆในโลก หน้าฉันจ้องอยู่ที่ T.V เพ่งมองเข้าไปอย่างใจจดใจจ่อ เพื่อให้เห็นภาพของพระองค์ชัดๆ หลังจากทรงพระประชวร ตอนนี้ทรงมีพระอาการดีขึ้นมากแล้ว ทรงพระดำเนินเอง ทรงยิ้มและโบกพระหัตถ์ให้กับประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จ
รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก….
     เราเชื่อว่าทุกคนในที่นั้นคงจะมีอย่างน้อยหนึ่งคำพูดที่อยู่ในใจและหนึ่งความปรารถนาที่ไม่ต่างกัน นั่นคือ”ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ ขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการประชวรทุกอย่าง ขอให้ทรงสบายพระทัยและมีความสุขขอให้พระองค์ทรงมีรอยยิ้มทุกๆวัน” 
….ทรงยิ้มและโบกพระหัตถ์  
เห็นภาพนี้แล้วน้ำตาไหล

Read Full Post »

คิดบวก…ชีวิตบวก

     วันนี้แวะเข้าไปชมบล็อกของคุณ (Lek’s Blog) มา เห็นมีลิงค์เข้าเว็บ dhammajak.net. เลยแวะเข้าไปดู (ปกติชอบอ่านธรรมมะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว) พบบทความดีๆมากมาย แต่ก็สะดุดตากับบทความหนึ่งในลานสนทนา พออ่านแล้วชอบมาก รู้สึกว่าช่วยยกระดับพัฒนาจิตใจให้เกิดสัมมาทิฐิได้ดีทีเดียว เลยจัดการยกมาโพสไว้เป็นสิริมงคลในบล็อกของตัวเองซะหน่อย:D (ขอบคุณคุณ Lek’s Blog ด้วยที่ add ลิงค์บล็อกนี้ ไว้ใน Thai blogroll ของคุณด้วยค่ะ)
ลองอ่านดูนะคะ

คิดบวก ชีวิตบวก

Positive Thinking, Positive Life…
  

     
 (ภาพจาก google)
    โดย ท่าน ว.วชิรเมธี  
 เวลาเจองานหนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสในการเตรียมพร้อมสู่ความเป็นมืออาชีพ
เวลาเจอปัญหาซับซ้อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนที่จะสร้างปัญญาได้อย่างวิเศษ
เวลาเจอความทุกข์หนัก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือแบบฝึกหัดที่จะช่วยให้เกิดทักษะในการดำเนินชีวิต
เวลาเจอนายจอมละเมียด ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการฝึกตนให้เป็นคนสมบูรณ์แบบ (Perfectionist)
เวลาเจอคำตำหนิ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการชี้ขุมทรัพย์มหาสมบัติ
เวลาเจอคำนินทา ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการสะท้อนว่าเรายังคงเป็นคนที่มีความหมาย
เวลาเจอความผิดหวัง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต
เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี
เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง
เวลาเจอลูกหัวดื้อ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือโอกาสทองของการพิสูจน์ความเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง
 เวลาเจอแฟนทิ้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความเป็นอนิจจังที่ทุกชีวิตมีโอกาสพานพบ
เวลาเจอคนที่ใช่แต่เขามีคู่แล้ว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือประจักษ์พยานว่าไม่มีใครได้ทุกอย่างดั่งใจหวัง
เวลาเจอภาวะหลุดจากอำนาจ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือความอนัตตาของชีวิตและสรรพสิ่ง
เวลาเจอคนกลิ้งกะล่อน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คืออุทาหรณ์ของชีวิตที่ไม่น่าเจริญรอยตาม
เวลาเจอคนเลว ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือตัวอย่างของชีวิตที่ไม่พึงประสงค์
เวลาเจออุบัติเหตุ ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือคำเตือนว่าจงอย่าประมาทซ้ำอีกเป็นอันขาด
เวลาเจอศัตรูคอยกลั่นแกล้ง ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบททดสอบว่าที่ว่า “มารไม่มีบารมีไม่เกิด”
เวลาเจอวิกฤต ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือบทพิสูจน์สัจธรรม “ในวิกฤตย่อมมีโอกาส”
เวลาเจอความจน ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือวิธีที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้เราได้ต่อสู้ชีวิต
เวลาเจอความตาย ให้บอกตัวเองว่า
นี่คือฉากสุดท้ายที่จะทำให้ชีวิตมีความสมบูรณ์

……………………………………………………….
“จงทำจิตให้บริสุทธิ์” ด้วยความดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่น [...]

Read Full Post »

     เพลงลาวดวงเดือน เป็นเพลงที่คนดนตรีไทยและคนทั่วๆไป มักได้ยินกันคุ้นหูกว่าเพลงไทยเดิมเพลงอื่นๆ มีลักษณะเป็นเพลงอัตราจังหวะ 2 ชั้น  ความยาว 3 ท่อน เป็นเพลงที่มีท่วงทำนองอ่อนหวานไพเราะ และนิยมบรรเลงกันอยู่ทั่วไป ประพันธ์ขึ้นโดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม ซึ่งสันนิษฐานกันว่าทรงประพันธ์ขึ้นจากความคิดถึงนางอันเป็นที่รัก แต่มิอาจพบกันได้ เนื้อร้องที่มักได้ยินกันคุ้นหูคือ
                               ๑.  โอ้ละหนอ…ดวงเดือนเอย
                               พี่มาเว้า  รักเจ้าสาวคำดวง
                               โอ้ว่าดึกแล้วหนอ  พี่ขอลาล่วง
                               อกพี่เป็นห่วง  รักเจ้าดวงเดือนเอย
                               ๒.  ขอลาแล้ว  เจ้าแก้วโกสุม
                               พี่นี้รักเจ้าหนอ  ขวัญตาเรียม
                               จะหาไหนมาเทียม  เจ้าดวงเดือนเอย
                               ๓.  หอมกลิ่นเกสร  เกสรดอกไม้
                               หอมกลิ่นคล้าย  คล้ายเจ้าสูของเรียมเอย
                               หอมกลิ่นกรุ่นครัน  หอมนั้นยังบ่เลย
                               เนื้อหอมทรามเชย  เอ๋ยเราละหนอ
     แต่พอร้องและบรรเลงดนตรีจบครบ 3 ท่อนแล้วมักจะทอดลงจบหรือไม่ก็อาจบรรเลงต่อเฉพาะดนตรีเฉยๆ (อาจเป็นเพราะว่าหากบรรเลงเที่ยวกลับด้วยจะใช้เวลานานเกินไป) จึงไม่ได้ร้องเนื้อเที่ยวกลับซึ่งผู้ประพันธ์ได้แต่งไว้ต่อจากเนื้อร้องเที่ยวแรก ซึ่งเนื้อร้องเที่ยวกลับ ที่ไม่ค่อยได้ยินได้ฟังกันในปัจจุบัน คือ 
                                ๑.  โอ้ละหนอ  นวลตาเอย
                                พี่นี้รัก  แสนรักดังดวงใจ
                                โอ้เป็นกรรม   ต้องจำจากไกล
                                อกพี่อาลัย  เจ้าดวงเดือนเอย
                                ๒.  เห็นเดือนแรม  เริศร้างเวหา
                                เบิ่งดูฟ้าละหนอ  เศร้าอารมณ์
                                พี่จะทนทุกข์ทุกข์ทน  เจ้าดวงเดือนเอย
                                ๓.  เสียงไก่ขันขาน  มันหวานเจื้อยแจ้ว
                                ช่างหวานสุดแล้ว  หวานแจ้วเจื้อยเอย
                                ถึงจะหวานเสนาะ  [...]

Read Full Post »

     ปีนี้เป็นปีที่อากาศดีถูกใจมากที่สุดอีกปีหนึ่ง ฤดูหนาวเข้ามาเร็วกว่าหลายๆปีที่ผ่านมา และมีทีท่าว่าจะหนาวนานกว่าทุกปีอีกด้วย โดยปกติแล้วเป็นคนชอบฤดูหนาว ชอบบรรยากาศของฤดูหนาว เพราะมันค่อนข้างโรแมนติกดี ดูมีชีวิตชีวา มองดูอะไรรอบตัวมันสวยงามขึ้นกว่าเก่า อากาศเย็นสบายทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า อยากทำโน่นทำนี่กว่าทุกๆเดือนที่ผ่านมามา
     อากาศเริ่มหนาวราวๆวันที่ 30 ตุลาคม เข้าสู่ฤดูหนาวเต็มตัววันที่ 1 พฤศจิกายน ฝนไม่ตกแล้วอากาศเริ่มแห้งและมีลมพัดแรง อากาศก็เย็นขึ้นทุกวัน ก่อนหน้านั้นฝนตกหนักทุกวัน โดยเฉพาะช่วง 4 – 5 วันก่อนเปลี่ยนฤดู บางวันตกหนัก บางวันตกพรำๆพอชื่นใจ ไปตามเรื่องตามราวของมัน  เรื่องฝนตกบางทีก็นึกขำอยู่เหมือนกันว่า ฝนนี่มันทำงานเป็นกะเหมือนคนหรือเปล่า หรือว่าจะแค่ตกลงมาลองใจคนทำงานดูเล่นๆ สังเกตุเวลาฝนจะตกทีไร มักชอบตกในช่วงเวลา happy time ของวันทุกที อย่างเช่น เวลาประมาณช่วงตี 5ครึ่ง ซึ่งเป็นเวลาที่คนต้องตื่นเช้าไปทำงานกัน อากาศก็ดี พอฝืนกายสู้กับความง่วง (ปนขี้เกียจ)ด้วยเหตุที่จะต้องไปทำงาน ก็พอจะสู้กับความง่วงได้ แต่พอฝนเทลงมาเท่านั้นแหล่ะ ความใจสู้ก็หันหลังกลับไปนอนต่อหน้าตาเฉย (เผลอหลับล่ะก็คราวนี้เป็นเรื่อง…)  พอย่างเยื้องเข้ามาถึงที่ทำงาน ฝนตกหรือไม่ตกอันนี้ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่พอตอนพักเที่ยงฝนตกลงมาอีกเนี่ยแหละ  คราวนี้ก็เริ่มจะเป็นปัญหาสำหรับคนหิวและไม่อยากเปียก (…)เหมือนกับทุกๆคนนั่นแหล่ะ พอเวลาล่วงเลยมาถึงตอนเย็นใกล้จะเลิกงาน ราวๆ4 โมงครึ่งฝนจะเริ่มตั้งเค้า และเป็นไปตามความคาดหมาย พอเก็บข้าวของเสร็จเรียบร้อยเตรียมตัวจะกลับบ้าน ฝนตก(….) ชีวิตต้องสู้ก็อย่างเนี๊ย (น้ำท่วม…ยังว่าดีกว่าฝนแล้ง ร้องเพลงปลอบใจกันไป) [...]

Read Full Post »